TikTok ประกาศทุ่มกว่า 3 แสนลบ. ลงทุนในไทยต่อเนื่อง ชูเป็นศูนย์กลางดิจิทัลอาเซียน

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นางเฮเลนา เลิร์ช (Mrs. Helena Lersch) รองประธานนโยบายสาธารณะ (Vice President of Public Policy) บริษัท ติ๊กต๊อก (TikTok) และคณะ เข้าหารือกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย

โดยนางเฮเลนา เลิร์ซ ได้ประกาศการลงทุนมากถึงกว่า 3 แสนล้านบาท (8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในประเทศไทย โดยจะลงทุนอย่างต่อเนื่อง 5 ปี และมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของไทย โดยเฉพาะการตั้ง Data Hosting ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการข้อมูลของผู้ใช้ในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีระดับภูมิภาค

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในยุคดิจิทัล ที่จะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจของไทยให้ก้าวหน้า รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคในอนาคต

“นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณ ที่บริษัท TikTok ได้ลงทุนจัดตั้งโครงการให้บริการจัดเก็บข้อมูล หรือ Data Hosting ในประเทศไทย พร้อมชื่นชมความร่วมมือในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ไทยผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop รวมถึงการสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับประเทศไทย ทั้งด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับผู้ประกอบการและผู้สร้างคอนเทนต์ชาวไทยในการเข้าถึงตลาดโลกได้อีกด้วย” นายจิรายุ ระบุ

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังชื่นชมความสำเร็จของ TikTok ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานในประเทศไทยกว่า 50 ล้านคน ซึ่งถือเป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทที่สำคัญของแพลตฟอร์มในการเชื่อมโยงผู้คน และกระตุ้นการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงการที่รัฐบาลอนุมัติโดย BOI ในโครงการจัดตั้ง Data Hosting ในประเทศไทยของ TikTok ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ TikTok ต่อศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาค สอดคล้องกับเป้าหมายของไทยในการเร่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลให้เข้มแข็ง

ทั้งนี้ บทบาทของ TikTok ที่ไม่เพียงแต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างความบันเทิง แต่ยังมีบทบาทสำคัญในด้านการสร้างงาน การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมข้ามชาติ รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของ TikTok ที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนนวัตกรรม โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การผลิตเนื้อหา และการพัฒนาทักษะให้กับแรงงานไทย เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือที่มากขึ้นระหว่างภาครัฐและ TikTok เพื่อเปิดโอกาสใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจและประชาชน โดยประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค มีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แหล่งพลังงานหมุนเวียนที่มีความมั่นคง รวมถึงแรงงานที่มีทักษะสูง เมื่อรวมกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรกับนักลงทุน สิ่งเหล่านี้ทำให้ไทยเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการขยายธุรกิจของ TikTok และการลงทุนของ TikTok ยังช่วยส่งสัญญาณไปยังนักลงทุนทั่วโลกว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนที่มีคุณภาพสูงในเศรษฐกิจดิจิทัล

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชม TikTok ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมอัตลักษณ์ของไทยในเวทีโลก และเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนการท่องเที่ยวของไทยผ่านการสร้างกระแสให้กับแคมเปญต่างๆ ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะแฮชแท็ก #Thailand ที่ถูกใช้ในกว่า 4 ล้านโพสต์ เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในเวทีโลก รวมถึงกรณีของ “หมูเด้ง” ลูกฮิปโปแคระของสวนสัตว์ที่กลายเป็นไวรัลบนแพลตฟอร์ม สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เนื้อหาดิจิทัลในการสนับสนุนการอนุรักษ์และความยั่งยืน

พร้อมกับเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการสนับสนุนการลงทุนของ TikTok และพร้อมให้การช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การอำนวยความสะดวกในด้านการลงทุน และการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า การลงทุนและนวัตกรรมของ TikTok จะไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ผู้สร้างสรรค์เนื้อหา และชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะเดินเคียงข้างไปกับ TikTok ในการสร้างอนาคตดิจิทัลที่ครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมขอบคุณ TikTok ที่ได้ให้ความมั่นใจในประเทศไทย และแสดงความยินดีที่เป็นพันธมิตรสำคัญในการเดินหน้าสู่อนาคตดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 68)

Tags: , , , , ,