คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป (EU) เสนอให้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์ด้านการปล่อยมลพิษสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ โดยอนุญาตให้ผู้ผลิตสามารถเฉลี่ยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงเวลาสามปี ตั้งแต่ปี 2568-2571 แทนที่จะต้องบรรลุเป้าหมายแบบรายปี
ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ยุโรปกำลังเผชิญกับแรงกดดันที่มากขึ้นจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ท่ามกลางการแข่งขันทั่วโลกที่ร้อนระอุขึ้นเรื่อย ๆ และเป้าหมายระยะยาวของสหภาพยุโรปที่ต้องการบรรลุการปล่อยคาร์บอนจากการเดินทางบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593
ภายใต้แผนดังกล่าว เหล่าผู้ผลิตรถยนต์จะได้รับอนุญาตให้ปล่อยมลพิษได้สูงขึ้นในหนึ่งหรือสองปี และปล่อยคาร์บอนในปีอื่น ๆ ให้ต่ำกว่าเป้าหมายเป็นการชดเชยภายในกรอบปี 2568-2571 ซึ่ง EC ระบุว่า ความยืดหยุ่นที่มากขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมความสามารถของอุตสาหกรรมในการลงทุนด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
ปัจจุบัน กรอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 ม.ค. ได้กำหนดเพดานใหม่สำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉลี่ย โดยผู้ผลิตรถยนต์จะต้องถูกประเมินค่าปรับเป็นรายปีและอาจถูกปรับเงินจำนวนมากหากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายรายปีได้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ลูกา เดอ เมโอ ซีอีโอของเรโนลต์ กรุ๊ป (Renault Group) ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศส เคยเตือนว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ของยุโรปอาจต้องเสียค่าปรับที่เกี่ยวข้องกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 1.5 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.618 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2568
ทั้งนี้ EC เรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติของ EU รับรองการแก้ไขกฎเกณฑ์ครั้งนี้อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างความชัดเจนด้านการกำกับดูแลให้กับภาคยานยนต์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)
Tags: EU, มลพิษ, รถยนต์, อุตสาหกรรมยานยนต์