หายคาใจกันสักทีว่าสรุปแล้วบิทคอยน์ถือเป็นสินทรัพย์อะไรกันแน่!! วันนี้ที่ IMF ได้ประกาศให้ บิทคอยน์ (Bitcoin) เป็นอีกหนึ่ง Asset Class ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับทองคำ แต่ไม่มีสถานะเป็นเงินตรา (ในทางบัญชี) และในส่วนของการใช้ตัวกลางในการชำระเงิน (Mean of Payment) สามารถทำได้ แต่จะถูกบรรจุธุรกรรมเป็น Barter Transactions (การแลกเปลี่ยนด้วยความพึงพอใจ)
หลังจากที่ราคาบิทคอยน์ทรงตัวนิ่ง ๆ อยู่นาน ก็เริ่มมีการขยับ เมื่อล่าสุดทาง IMF กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ได้มีการปรับ ดุลการชำระเงินฉบับใหม่ (Balance of Payments Manual) โดยระบุให้บิทคอยน์และคริปโทฯ บางประเภทที่ไม่มีภาระผูกพันทางการเงิน เช่น ไม่มีผู้ออกตราสารรองรับ (Issuer) และถูกออกแบบให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน จะถูกจัดเป็น “สินทรัพย์ที่ไม่มีการผลิตและไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน” (Non-Produced Non-Financial Assets) ซึ่งจะถูกบันทึกไว้ใน บัญชีทุน (Capital Account)
ซึ่งจะแตกต่าง จากคริปโทฯ ที่มีภาระผูกพันทางการเงิน อย่างเช่น Stablecoin ที่มีลักษณะถูกตรึงให้มูลค่าเท่ากับ 1 ดอลลาร์ ซึ่งจะถูกจัดเป็น สินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets)
และด้วยความที่สินทรัพย์ประเภทนี้ไม่ถูก “ผลิต” โดยกระบวนการเศรษฐกิจปกติ (อารมณ์เดียวกับทองคำที่ถูกขุดขึ้นมา) จึงถือว่าเป็น “สินทรัพย์ที่ไม่มีการผลิต” เช่นเดียวกับสิทธิในที่ดินหรือทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือกระบวนการทางสังคม
แต่ถึงแม้ว่าบิทคอยน์ จะถูกจัดให้เป็นสินทรัพย์ ที่ไม่มีการผลิตและไม่ใช่สินทรัพย์ทางการเงิน หรือ (Non-Produced Non-Financial Assets) สามารถใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แต่ก็ไม่มีสถานะเป็นเงินตราในเชิงบัญชี ดังนั้น ธุรกรรมที่มีการชำระเงินด้วยสินทรัพย์คริปโทฯ ประเภทนี้จะถือเป็นธุรกรรมแบบแลกเปลี่ยน (Barter Transactions)
IMF พูดขนาดนี้แล้ว คงจะชัดเจนกันแล้ว!!
มีเรื่องให้เห็นกันอีกแล้วกับกรณี Insider Trade โดยเคสนี้เกิดขึ้นกับพนักงานของ Binance ที่ทราบข้อมูลวงในว่าจะมีเหรียญขึ้นลิสต์บนกระดาน จึงได้ทำการซื้อขายคริปโทฯ ล่วงหน้า และเทขายเพื่อทำกำไร หลังจากที่มีการประกาศลิสต์เหรียญเพียงไม่นาน
ทาง Binance Wallet ยืนยันว่า การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดนโยบายของบริษัทอย่างร้ายแรง และกำลังพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมาย ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้ประกาศให้รางวัล 100,000 ดอลลาร์ แก่ผู้แจ้งเบาะแส 4 รายที่ส่งข้อมูลผ่านช่องทางอีเมล์อย่างเป็นทางการของบริษัทด้วยเช่นกัน
กรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับ Coinbase เหมือนกัน ที่มีพนักงานของบริษัทใช้ข้อมูลภายในองค์กร เพื่อซื้อขายคริปโทฯ ล่วงหน้า แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งกรณีนี้ ถือว่าผิดกฎหมายเต็ม ๆ
เริ่มมีการใช้งานบิทคอยน์กันจริง ๆ แล้ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ที่เปิดให้ผู้คนสามารถใช้ Bitcoin และ Cryptocurrency บางประเภท ในการชำระค่าเดินทางขนส่งสาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา
ซึ่งระบบขนส่งสาธารณะของตูลูส ได้ดำเนินการโดยบริษัท ทิสเซโอ (Tisseo) ที่ให้บริการทั้ง รถไฟใต้ดิน รถบัส รถราง และเคเบิลคาร์ โดยผู้ใช้งานสามารถเข้าไปในแอพพลิเคชัน แล้วกดเลือกชำระค่าตั๋วผ่าน Bitcoin และคริปโทฯ อีกกว่า 70 เหรียญ ซึ่งแปลงเป็นเงินยูโรแบบทันที
ทางบริษัท ทิสเซโอ เองก็ไม่ต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาคริปโทฯ อีกด้วย ทั้งนี้ บริการตรงนี้ยังใช้ได้แค่บน Android เท่านั้น ใครที่ใช้ iOS อดใจรอกันก่อน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)
Tags: bitcoin, Cryptocurrency, CryptoShot, SCOOP, คริปโทเคอร์เรนซี, บิทคอยน์, สินทรัพย์ดิจิทัล