CMO พร้อยลุยอีเวนต์ทั้งใน-ต่างประเทศหนุนรายได้ปี 68 ฟื้นโตแตะ 1,600 ลบ

นายมงคล ศีลธรรมพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.ซีเอ็มโอ [CMO] เปิดเผยในปี 2568 บริษัท ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 1,600 ล้านบาท ซึ่งมาจากธุรกิจการจัดงาน, ธุรกิจเช่าอุปกรณ์ระบบภาพแสงเสียง, ธุรกิจติดตั้งวัสดุและอุปกรณ์ เป็นต้น โดยคาดว่าปีนี้จะเป็นปีทองของธุรกิจอีเวนต์ เพราะทั้งภาครัฐบาล และภาคเอกชน ต่างมีแผนส่งเสริมการจัดงานแสดงสินค้าและเทศกาลต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนการจัดกิจกรรมอีเวนต์และเฟสติวัลหลากหลายและครอบคลุมในทุกมิติ ซึ่งบริษัทฯ ในฐานะผู้นำครีเอทีฟอีเวนต์ ติดตามนโยบายอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์อีเวนต์ที่สำคัญๆ ของประเทศ

ทั้งนี้ ในส่วนของแผนการตลาด บริษัทฯ มุ่งเน้นการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า เดินหน้าขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจองค์กรที่มีแนวโน้มใช้งบประมาณด้านอีเวนต์เพิ่มขึ้น โดยจัดงานที่มีความหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานครบรอบองค์กร, งานเปิดตัวสินค้า, งานเทรดแฟร์ต่างๆ ซึ่งทุกงานที่ CMO ร่วมสร้างสรรค์จะมีการผสมผสานเทคโนโลยีให้มีความทันสมัยมากขึ้น สร้าง Immersive Experience ด้วยการใช้เทคนิคพิเศษ อาทิเช่น เทคโนโลยี AI, เทคนิค AR Interactive, Mapping Graphic Wall, VR (Virtual Reality) ช่วยเพิ่มสีสัน และยังสร้างประสบการณ์ความสนุกให้กับผู้ชมได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศ ไปยังประเทศที่มีศักยภาพสูงและมีความต้องการงานอีเวนต์

“บริษัทฯ มีเป้าหมาย ในการรักษาระดับรายได้ และระดับอัตรากำไร EBITDA ในปี 2568 ด้วยแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ คาดว่ากระแสเงินสดและสถานะทางการเงินของบริษัทฯ จะปรับตัวดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง” ประธานเจ้าหน้าที่สายงานพัฒนาธุรกิจ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 1,257 ล้านบาท ลดลง 32 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวม 1,289 ล้านบาท ขณะที่มีผลขาดทุนสุทธิ 98 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 169 ล้านบาท จะเห็นได้ว่าจากการปรับกลยุทธ์ เน้นการบริหารจัดการต้นทุน บริหารความเสี่ยง และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในด้านต่างๆ ทำให้ปีนี้บริษัทฯ สามารถลดผลขาดทุนลงได้ถึง 71 ล้านบาท

“อย่างไรก็ตามหากพิจารณาแล้ว ยอดขาดทุนสุทธิในปี 67 มาจากบริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-Time Expenses) เป็นจำนวน 35 ล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ดำเนินการ อาทิเช่น ค่าใช้จ่ายในการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ เพื่อการระดมทุนเสริมสภาพคล่องระยะยาว, ค่าใช้จ่ายเรื่องคดีความ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างองค์กร ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้น แต่การตัดสินใจดังกล่าว ล้วนเป็นไปเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวของบริษัทฯ” นายมงคล กล่าว

ทั้งนี้ หากพิจารณาอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญของงบการเงินปี 67 เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจะเห็นว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้มีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นด้วยเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท จะเห็นได้จากวงจรเงินสด (Cash Cycle ) ปรับตัวเป็นลบ (-6) วัน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ทางด้านอัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) ดีขึ้นปรับมาอยู่ที่ 0.57 เท่า ซึ่งเดิมอยู่ที่ 0.61 เท่า อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.83 เท่า ซึ่งลดลงจากเดิมอยู่ที่ 2.15 เท่า ในส่วนนี้ก็สะท้อนได้ว่า บริษัทฯ มีการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการจัดการหนี้สิ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)

Tags: , ,