CK เคาะดอกเบี้ยหุ้นกู้ 4 ชุด อายุ 3-10 ปี 3.30-4.00% เปิดขายประชาชนทั่วไป 18-22 เม.ย.

นายณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ช.การช่าง [CK] เปิดเผยว่า บริษัทกำหนดผลตอบแทนหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 4 ชุด ที่จะเสนอขายให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไปในระหว่างวันที่ 18 และ 21-22 เมษายน 2568 ประกอบด้วย

ชุดที่ 1 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.30% ต่อปี

ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.60% ต่อปี

ชุดที่ 3 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.80% ต่อปี

ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.00% ต่อปี

ทั้งนี้ หุ้นกู้ชุดที่ 2-4 มีเงื่อนไขให้ผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ทั้งจำนวนหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดไถ่ถอน ตามเงื่อนไขที่ระบุในข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ โดยบริษัทฯ กำหนดจ่ายดอกเบี้ยคงที่ทุก 6 เดือน เปิดให้จองซื้อผ่านสถาบันการเงิน 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ CK จัดอันดับโดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 1 เมษายน2568 อยู่ที่ระดับ “A-” แนวโน้ม “Stable” เช่นเดียวกับอันดับเครดิตองค์กร ซึ่งสะท้อนสถานะของบริษัทฯ ในการเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างชั้นนำในประเทศไทย ที่มีความสามารถในการรับงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่และโครงการที่มีความซับซ้อน และมีความยืดหยุ่นทางการเงินที่เกิดจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ รวมถึงโอกาสในการเติบโตจากมูลค่างานในมือ (Backlog) ที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2567 บริษัทฯ มีมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ จำนวน 210,153 ล้านบาท ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ ที่จะทยอยรับรู้เป็นรายได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ด้านสถาบันการเงินชั้นนำในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ CK กล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวการออกหุ้นกู้ 4 ชุดใหม่ของ ช.การช่างก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน โดยมีการติดต่อสอบถามมาทางผู้จัดการการจัดจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากความเชื่อมั่นในบริษัท ช.การช่าง ในด้านของความมั่นคง ความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงิน โครงสร้างทางธุรกิจ และมูลค่างานในมือที่รอรับรู้รายได้ที่สูง และยังมีงานใหม่ๆ ที่เป็นสัญญาขนาดใหญ่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

CK ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ (1) ธุรกิจการก่อสร้าง ทั้งระบบขนส่งมวลชน ท่าอากาศยาน ถนน ทางด่วน รถไฟทางคู่ สะพาน ระบบพลังงาน ระบบน้ำและท่าเรือ และ (2) ธุรกิจการพัฒนาโครงการสาธารณูปโภค ด้วยการเป็นผู้ลงทุนพัฒนาโครงการสาธารณูปโภคด้านต่างๆ โดยบริษัทฯ ถือหุ้น 37.18% ใน บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ [BEM] ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการทางพิเศษและระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟฟ้า รวมถึงการพัฒนาเชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบทางพิเศษและรถไฟฟ้า, ถือหุ้น 19.40% ใน บมจ.ทีทีดับบลิว [TTW] ผู้ผลิตจำหน่ายน้ำประปาและบริหารจัดการน้ำแบบครบวงจร และถือหุ้น 30.00% ในบมจ.ซีเค พาวเวอร์ [CKP] ผู้ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าแก่ กฟผ. และ กฟภ. (ข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567)

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 CK ได้ลงนามในสัญญาการจ้างงานที่มีมูลค่าสูงหลายโครงการ เช่น ได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มกับ BEM รวมมูลค่าโครงการประมาณ 109,216 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัญญางานออกแบบและก่อสร้างงานโยธา (Civil Works Contract) มูลค่าโครงการ 82,502 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และสัญญาจ้างงานจัดหาระบบรถไฟฟ้า (M&E Works Contract) มูลค่าโครงการ 26,714 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) อีกทั้งได้ลงนามเป็นผู้รับจ้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน กับ BEM ในสัญญาจ้างจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมและปรับปรุงระบบรถไฟฟ้า มีมูลค่าโครงการ 6,800 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

นอกจากนี้ ยังมีโครงการใหม่ที่บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับการเซ็นสัญญางานก่อสร้างในปี 2568 อีกหลายโครงการ โดยได้แรงหนุนจากเร่งรัดการประมูลงานและการเซ็นสัญญางานก่อสร้างในโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของภาครัฐ เช่น งานก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง งานรถไฟทางคู่ และงานขยายสนามบิน เป็นต้น

ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 68)

Tags: , , ,