นายวรเมธ จันทร์เสน ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีในช่วงไตรมาส 2/68 ยังมีโอกาสปรับตัวลง และยังไม่เห็นสัญญารของการปรับตัวขึ้น จากความผันผวนและความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากฝั่งของสหรัฐที่มีความไม่แน่นอนของนโยบายต่างๆ ที่ออกมา ซึ่งนักลงทุนยากที่จะคาดเดาได้ ซึ่งความผันผวนและความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่นักลงทุนต่างไม่ชอบ ทำให้อยู่ในสภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk off) และโยกย้ายเม็ดเงินไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะทองคำ
โดยเฉพาะหลังจากสหรัฐประกาศมาตรการเก็บภาษีศุลการกรตอบโต้กับประเทศคู่ค้าต่างๆ ทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ โดยผลกระทบต่อแนวโน้มของเงินเฟ้อสหรัฐทำให้ไม่สามารถลดลงได้และทรงตัวในระดับสูง ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ยังต้องตรึงดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง กระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีที่ยังคงมีแรงกดดันจากปัจจัยดังกล่าว
ขณะที่การหาเสียงของผู้นำสหรัฐในระหว่างการเลือกตั้งที่มุ่งผลักดันคริปโทเคอเรนซี ก็ยังไม่เห็นความชัดเจนของการผลักดันนโยบายดังกล่าวออกมาอย่างเป็นรูปธะรรม และเงียบหายไป ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีที่ราคาปรับตัวขึ้นรับปัจจัยนี้ถูกแรงเทขายออกมา หลังจากยังไม่เห็นความชัดเจนในการผลักดันนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีของผู้นำสหรัฐ
สำหรับทิศทางของบิทคอยน์ (BTC) หลังจากปรับตัวลงมาจากระดับสูงสุดราว 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ราว 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นการพักตัว และยังไม่ได้เปลี่ยนเทรนด์สู่ขาลง เนื่องจากราคาบิทคอยน์ยังสามารถยืนได้เหนือบริเวณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ และไม่ปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับต่ำสุดรอบก่อนหน้าที่ 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ทำให้ภาพของบิทคอยน์ยังมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้นได้ แต่ยังต้องรอให้ความผันผวนและความไม่แน่นอนผ่านไปก่อน เพื่อให้เม็ดเงินที่พักอยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัยย้ายกลับมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง แต่หากราคาบิทคอยน์ปรับลงต่ำกว่า 69,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก็จะสะท้อนภาพของบิทคอยน์ที่เข้าสู่ขาลงได้เช่นกัน
ส่วน Alternative Coins ต้องยอมรับว่ามีการปรับตัวลงอย่างมาก และยังเป็นเทรนด์ขาลงอยู่ เนื่องจากเม็ดเงินที่เคยเข้ามาเก็งกำไรใน Alternative Coins ช่วงก่อนหน้านี้โยกไปที่สินทรัพย์ปลอดภัยเช่นเดียวกัน และสภาวะที่เฟดยังคงเช้มงวดการดำเนินนโยบายการเงิน ไม่มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบผ่านการทำ QE ก็ทำให้สภาพคล่องหายไป ส่งผลให้ Alternative Coins ยังขาดปัจจัยหนุนเข้ามา
“หลังจากนี้จะต้องผ่านความผันผวนและความไม่แน่นอนต่างๆไปให้ได้ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนไม่ชอบ ทำให้ตอนนี้เทรนด์ของสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซี ในช่วงนี้ก็ยังไม่กลับมาฟื้นตัวได้ และยังต้องรอเม็ดเงินโยกกลับมา เพราะตอนนี้ภาวะ Risk off นักลงทุนก็นำเงินไปพักไว้ที่สินทรัพย์ปลอดภัยป้องกันความเสี่ยงก่อน รวมถึงเม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันที่มีบทบาทในการผลักดันสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอเรนซีด้วยเช่นกัน” นายวรเมธ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)
Tags: Cryptocurrency, การลงทุน, คริปโทเคอร์เรนซี, นักลงทุน, วรเมธ จันทร์เสน, สหรัฐ, สินทรัพย์ดิจิทัล