หุ้นไทยแนวโน้มดัชนีเช้าแกว่งไซด์เวย์อิงลบตามหุ้นสหรัฐ กังวลนโยบายภาษี “ทรัมป์” ในปท.ไร้ปัจจัยใหม่

นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจเกว่งไซด์เวย์ แต่อาจจะอิงไปทางแดนลบได้ ตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ หลังตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ปรับตัวลงจากแรงกดดันของการเดินหน้ามาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ได้เลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ทำให้เป็นปัจจัยกดดันต่อ Sentiment ของตลาดหุ้น ซึ่งตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ก็เปิดมาแดนลบเป็นส่วนใหญ่

ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ประกอบกับปัจจัยการเมืองในประเทศที่อาจจะมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลอยู่บ้าง แต่วันนี้อาจจะมีความผันผวนบ้างจาก MSCI Rebalance ซึ่งจะใช้ราคาปิดของวันนี้

โดยให้แนวต้าน 1,225 จุด แนวรับ 1,200 จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

  • ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (27 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 43,239.50 จุด ลดลง 193.62 จุด หรือ -0.45%, ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 5,861.57 จุด ลดลง 94.49 จุด หรือ -1.59% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 18,544.42 จุด ลดลง 530.84 จุด หรือ -2.78%
  • ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 37,853.48 จุด ลดลง 402.69 จุด หรือ -1.05% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,616.18 จุด ลดลง 102.11 จุด หรือ -0.43% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 3,374.66 จุด ลดลง 13.40 จุด หรือ -0.40%
  • ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (27 ก.พ.) 1,215.73 จุด ลดลง 15.41 จุด (-1.25%) มูลค่าซื้อขาย 56,071.99 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (27 ก.พ.) 2,582.75 ล้านบาท
  • ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(27 ก.พ.) เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.52% ปิดที่ 70.35 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (27 ก.พ.) อยู่ที่ 3.02 เหรียญ/บาร์เรล
  • เงินบาทเปิด 34.06 อ่อนค่าจากวานนี้ คาดกรอบวันนี้ 33.90-34.20 จับตาทิศทาง Flow
  • คลัง-สภาพัฒน์-แบงก์ชาติ ร่วมหารือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมวาง “มาสเตอร์แพลน” หวังดันจีดีพีเติบโตระหว่าง 3.0-3.5% ลุ้นผ่อนเกณฑ์ LTV ขณะที่ “พิชัย” หารือกับ “ตลาดหลักทรัพย์” สั่งตั้งทีมช่วยบริษัทจดทะเบียนขนาดกลาง-เล็กวิเคราะห์ธุรกิจ หลังพบช่วง 10 ปีย้อนหลัง ROE ลดลง ด้านโบรกฯ เผย MSCI Rebalance มีผล ณ ราคาปิดวันนี้ (28 ก.พ.) แนวรับ 1,200 จุด แนะนำหุ้นกลุ่มปันผลสูง AP SIRI SC ADVANC ส่วน KBANK จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีหลังอีก 8 บาท ดันยีลด์งวดครึ่งปีหลังถึง 5.2%
  • ภาคการผลิตไทยน่าห่วง กำลังการผลิตลดลงต่อเนื่อง 3 ปี กนง.จับตา 6 อุตสาหกรรมเปราะบางเสี่ยงสูง “ยานยนต์-เคมีภัณฑ์” หนักเจอแรงบีบเทคโนโลยีและสินค้าต่างชาติ สศช.ห่วงกำลังผลิต ต่ำกระทบเศรษฐกิจภาพรวม “นักเศรษฐศาสตร์” ชี้การผลิตติดลบต่อเนื่อง ฉุดการจ้างงาน ค่าจ้าง เศรษฐกิจฟื้นยาก หวั่นกระทบโรงงานปิดกิจการพุ่ง สศอ.ชง ครม.สัปดาห์หน้าปรับโครงสร้าง 9 อุตสาหกรรม
  • สมาคมมีเดียฯ ประเมินเม็ดเงินโฆษณาปี 2568 ขยายตัว 3.9% เม็ดเงินสะพัด 1.22 แสนล้าน “สื่อดิจิทัล” แข็งแกร่งสุด คาด 5 ปี ครองมาร์เก็ตแชร์สูงสุด ผงาดเหนือ “สื่อทีวี” ครั้งแรก จับตาผลประกอบการสื่อทีวีหดตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ถึงจุดวิกฤติต้องปิดตัวตามกัน มั่นใจผู้ประกอบการเร่งปรับแผนขยายคอนเทนต์ แพลตฟอร์มหลากหลาย ด้าน “หนังสือพิมพ์” อิทธิพลสำคัญต่อลักชัวรีแบรนด์
  • “ณัฐพงษ์” นำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ชี้เนื้อหาคลุมทุกประเด็น โฟกัสที่ “นายกฯ อิ๊งค์” คนเดียว เพราะเป็นรากเหง้าของปัญหา ขาดภาวะผู้นำ ปล่อยให้บิดาครอบงำ ตั้งคนที่เขาขอมาเป็นรัฐมนตรี พร้อมพ่วงญัตติตรวจสอบ ป.ป.ช.
  • ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่าเหตุผลที่ทำให้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.0% เพราะกนง.มองว่า เศรษฐกิจไทย มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ จากปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะภาคการผลิตที่เผชิญการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ ขณะที่ภาวะการเงินในประเทศยังคงตึงตัว โดยเฉพาะปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs โดย กนง. มองว่าการลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายครั้งนี้จะช่วยให้ภาวะการเงินผ่อนคลายลง และช่วยรองรับความเสี่ยงด้านต่ำในระยะข้างหน้า

หุ้นเด่นวันนี้

  • BA (เมย์แบงก์) เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 28.50 บาท กำไรหลักไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 453 ล้านบาท ลดลง 50% QoQ แต่พลิกจากขาดทุนในไตรมาส 4/66 ซึ่งถือว่าผลสูงกว่าที่ consensus และเราคาด 18% และ 51% ตามลำดับ โดยสาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่าย SG&A ที่ควบคุมได้ดีกว่าคาด หนุนกำไรทั้งปี 67 ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.8 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 121% YoY) ด้านกำไรหลักของ BA ในไตรมาส 1/68 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของสมุย (ปริมาณผู้โดยสารท่าอากาศยานสมุย ขยายตัว 18% ในเดือนมกราคม 2568) ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PE68 10.7 เท่า พร้อมปันผลปี 68 ที่เราคาดอยู่ในระดับสูงที่ 7%
  • CRC (กสิกรไทย) ราคาพื้นฐาน 43.00 บาทเรามีมุมมองเชิงบวกต่อ CRC จากผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2567 ที่มีกำไรปกติเติบโตประมาณ 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน และดีกว่าที่คาดไว้ราว 8% มาอยู่ที่ 2.97 พันล้านบาทหลังหักรายการพิเศษ โดยรายได้เติบโต 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 10.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งการเติบโตหลักมาจากสาขาใหม่และการกลับมาเปิดสาขาที่ปรับปรุงในช่วงที่ผ่านมา เช่น เซ็นทรัลสาขาชิดลม และห้างรีนาเซนเตสาขาFlagship ที่มิลาน ในส่วนของ SSSG ไตรมาส 4 ปี 2567ยังติดลบประมาณ 1% ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ประกอบกับสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลงจาก 27.9%ในไตรมาส 4 ปี 2566เหลือ 27.3% ในไตรมาสนี้ โดยสาเหตุหลักมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เราคาดว่า SSSG ในไตรมาส 1 ปี2568 ของ CRC จะยังสามารถเติบโตได้ดีที่ประมาณ 10-11% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา
  • KLINIQ (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40.75 บาท กำไรสุทธิไตรมาส 4/67 อยู่ที่ 99 ลบ. (+26.69%YoY, +33.38%QoQ) เติบโตได้เด่นตามรายได้ที่อยู่ที่ 844 ลบ.(+31%YoY, +13%QoQ) หนุนจาก SSSG+13.1%YoY รวมถึงจำนวนสาขาที่สูงขึ้น 17 สาขา ทั้งนี้ เห็นสัญญาณที่ดีจากแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสาขาใหม่ๆที่เปิดอย่าง aggressive ในช่วง 9M67(ราว14สาขา) มีน้ำหนักน้อยลงแล้ว รายได้สามารถโตทันต้นทุนค้าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ ขณะที่เรายังชอบ KLINIQ จากการมีบริการที่หลายหลาย โดย ปัจจุบัน ณ สิ้นไตรมาส 4/67 KLINIQ มีจำนวนสาขาอยู่ราว 72 สาขา เป็น THE KLINIQUE 45 สาขา, L.A.B.X 23 สาขา, Surgery Center 1 สาขา, L’CLINIC 2 สาขา, และ Wellness Spa 2 สาขา

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 68)

Tags: , , ,