จากประเด็นมีการร้องเรียนเรื่องทุนจีน/คนจีน เหมาซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรในไทยแล้วปล่อยเช่าเป็นที่พักรายวันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำลูกบ้านได้รับความเดือดร้อน
นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีธุรกิจของคนจีนปล่อยเช่าคอนโดและบ้านจัดสรรในไทยว่าได้รับการร้องเรียนมากมีทั้งคอนโดและบ้านจัดสรร และมีคนร้องเรียนว่า โครงการของบางบริษัทมี 80% เป็นของคนจีน อาจจะผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็นำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยด้านอื่น เช่น นักท่องเที่ยวที่เขามาประเทศไทย เขาอาจจะไม่ต้องแคร์เพื่อนบ้าน แต่คนที่อยู่ข้าง ๆ จะรู้สึกอย่างไร เขามาแล้วเขาก็ไป ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จริง ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้ดูแลกันเอง
นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ เขต 3 พรรคประชาชน ระบุว่า เรื่องนี้มีกฎหมายกำกับอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือบังคับใช้ไม่ได้ รัฐจำเป็นต้องขันนอตโดยเฉพาะการจัดการปัญหานอมินี และการกำกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติในประเทศไทย
สำหรับคอนโดปล่อยเช่าที่เป็นปัญหา แยกเป็น 4 ประเด็น คือ
1. กฎหมายปัจจุบันคือ พ.ร.บ.อาคารชุด มาตรา 19 ทวิ อนุญาตให้คนต่างชาติซื้อและเป็นเจ้าของห้องชุดในคอนโดได้ แต่ต้องถือกรรมสิทธิ์ไม่เกิน 49% ของเนื้อที่ของห้องชุดทั้งหมดในอาคารชุดนั้น ดังนั้น ข้อกังวลตอนนี้คือการเป็นเจ้าของดังกล่าวเป็นการกระทำในลักษณะนอมินีหรือไม่
2. การที่ห้องชุดบางยูนิตในคอนโดดังกล่าวถูกนำมาปล่อยเช่า กรณีนี้ก็ทำได้เช่นกัน เจ้าของห้องที่เป็นคนไทยปล่อยเช่าได้ การปล่อยเช่าก็ต้องปล่อยเช่าเป็นรายเดือน ทำสัญญาเช่าระหว่างกัน และขึ้นอยู่กับข้อตกลงร่วมกันของลูกบ้านและนิติบุคคลคอนโดดังกล่าวด้วยว่าอนุญาตให้ทำได้หรือไม่ได้
3. แต่ประเด็นที่เป็นข่าวคือการปล่อยเช่าเป็นที่พักรายวันค้างคืนโดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยว ถามว่านับเป็นการประกอบกิจการโรงแรมตามพ.ร.บ.โรงแรม หรือไม่ ตนเห็นว่าไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะการทำที่พักรายวัน หากไม่เกิน 8 ห้อง หรือ ไม่เกิน 30 เตียง จะไม่นับว่าเป็นสถานที่พักที่เป็นโรงแรม กรณีทำได้แต่ต้องจดแจ้งให้นายทะเบียนท้องที่ทราบ แต่หากเกิน 8 ห้อง หรือ เกิน 30 เตียง คอนโดดังกล่าวทั้งอาคารต้องขออนุญาตเป็นโรงแรม
4. Airbnb เป็นเพียงแพลตฟอร์มออนไลน์ให้นักท่องเที่ยว ค้น-จอง-จ่าย เท่านั้น เจ้าของห้องชุดสามารถนำห้องเดียวกันไปวางขายในแพลตฟอร์มจองที่พักอื่น ๆ ได้เช่นกัน ปัจจุบันก็ยังไม่มีกฎหมายใด ๆ มากำกับแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ว่าควรตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตอะไรบ้างก่อนที่จะเปิดให้ขายที่พักบนเว็บได้ ดังนั้น การเปิดขายที่พักออนไลน์จึงทำได้ง่ายมาก ๆ กรอกข้อมูลนิดหน่อย อัปโหลดรูปไม่กี่อย่างก็สามารถเปิดให้จองได้ทันที
นายณัฐพล กล่าวว่า ข้อเสนอของตนคือให้รัฐบาลขันนอตการทำงาน โดยกระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้กำกับ พ.ร.บ.อาคารชุด และพ.ร.บ.โรงแรม ต้องตรวจสอบเชิงรุกในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวที่เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวอยู่บ่อยครั้ง เช่น กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต และเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบการถือครองคอนโดของคนต่างชาติ ว่าการถือครองนั้นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นการกระทำในรูปแบบนอมินีหรือไม่ ต้องสืบค้นว่าคอนโดใดมีห้องชุดที่ถูกนำมาปล่อยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง เรื่องนี้ทำได้เพียงค้นหาที่พักออนไลน์ ก็จะพอรู้ว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นคนไทยหรือไม่ ได้ทำการจดแจ้งว่าเป็นที่พักที่ไม่เป็นโรงแรมหรือไม่ หรือปล่อยห้องให้จองเกิน 8 ห้องหรือ 30 เตียง หรือไม่
ส่วนกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้กำกับพ.ร.ฎ.การประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ.2565 ควรเร่งออกกฎหมายลูกเพื่อกำกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ให้ดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายไทยมากขึ้น เช่น แพลตฟอร์มจองห้องพัก ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ.โรงแรม และพ.ร.บ.คนเข้าเมือง แพลตฟอร์มเรียกรถรับส่ง ก็ต้องสอดคล้องกับพ.ร.บ.ขนส่งทางบก เป็นต้น
สำหรับประชาชน ลูกบ้านในคอนโด นิติบุคคล ผู้อยู่อาศัยย่อมรู้ดีที่สุดว่าเกิดอะไรขึ้นในเคหสถาน หากมีข้อสงสัยสามารถแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.อาคารชุด ซึ่งก็คือกรมที่ดิน แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.โรงแรม ซึ่งก็คือกรมการปกครอง หรือแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ทำการตรวจสอบการกระทำของคอนโด เจ้าของห้องชุด และนิติบุคคลได้
ส่วนในระยะถัดไป พรรคประชาชนจะเสนอร่างพ.ร.บ.โรงแรมและสถานที่พักค้างคืน ฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขพ.ร.บ.โรงแรม ฉบับเดิมที่ใช้มาแล้ว 20 ปี เนื้อหาหลายอย่างมีความล้าหลัง ไม่ตอบโจทย์ปัจจุบัน
โดยในส่วนของห้องชุดในคอนโด เสนอให้สามารถนำมาทำเป็นที่พักค้างคืนได้ แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อ 1. ได้รับความยินยอมร่วมกันจากการประชุมของลูกบ้านและนิติบุคคล และ 2. เมื่อได้รับความยินยอมแล้ว จะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานที่พักค้างคืน
นายณัฐพล ย้ำว่า การแก้กฎหมายให้ทันสมัยและสร้างความเป็นธรรมแก่ทุกคนเป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้รัฐบาลต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน ด้วยการกวดขันจัดการปัญหานอมินีและกำกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติในไทยให้ชัดเจน มิเช่นนั้นปัญหาแบบที่อยู่จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำเติมเศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทยที่ลำบากอยู่แล้วให้รู้สึกสิ้นหวังยิ่งกว่าเดิม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: คอนโดมิเนียม, ทุนจีนเทา, บ้านจัดสรร, พรรคประชาชน, รังสิมันต์ โรม