นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ระบุว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 2.00% ในการประชุมรอบนี้ เนื่องจากคณะกรรมการฯ ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปี 2568 มีโอกาสจะเติบโตได้ต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้เดิมที่ 2.9%
ทั้งนี้ การที่เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ไม่สูง มาจากปัญหาด้านอุปทานเป็นสำคัญ เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ซึ่งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงนี้ ส่วนหนึ่งจะช่วยลดต้นทุน และภาระทางการเงินให้ลูกหนี้ได้บ้าง และช่วย support เศรษฐกิจที่ Soft ลงมา รวมทั้งเงินเฟ้อที่ยังมีความเสี่ยงด้านต่ำ
นายสักกะภพ เชื่อว่า การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในรอบนี้ จะสามารถรองรับกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ในระดับหนึ่ง และยืนยันว่า ยังไม่ใช่วัฎจักรดอกเบี้ยขาลง
“ครั้งนี้ ไม่ใช่ easing cycle เราดูจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ปรับ soft ลงจากที่เราเคยประเมินไว้ที่ 2.9% ครั้งนี้ประเมินว่าอาจจะสูงกว่า 2.5% เล็กน้อย จึงทำให้เรามีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ หลังจากที่ได้ประเมินข้อมูล และความเสี่ยงในระยะข้างหน้านั้น ดอกเบี้ยที่ลดลงในครั้งนี้ น่าจะสอดคล้อง และทำให้ความเสี่ยงที่เราประเมินทั้ง 3 ด้าน (เศรษฐกิจ เงินเฟ้อ เสถียรภาพระบบการเงิน) เกิดความสมดุล และเชื่อว่าดอกเบี้ยในระดับนี้ จะรองรับความเสี่ยงในอนาคตได้พอสมควร” เลขานุการ กนง.ระบุ
พร้อมยืนยันว่า การที่ กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพราะถูกแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง หรือภาคเอกชน แต่ กนง. ประเมินจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
“input ที่ได้จากภาคการเมือง และภาคธุรกิจที่เราได้คุยกันอย่างต่อเนื่อง เราได้มีการประเมิน input นั้น แล้วมาดูร่วมกับตัวเลขที่เข้ามา เพื่อประกอบการประเมินว่าเราดูครบถ้วนไหม เป็นเรื่องปกติที่ต้องมีการแลกเปลี่ยน และนำ input เข้ามาประเมินร่วมกัน แต่รอบนี้เราเห็นภาพจริง ๆ ทั้งเศรษฐกิจ Q4/67 และข้อมูลภาคสนาม เราเห็นแนวโน้มว่าเศรษฐกิจ soft กว่าที่เราประเมินไว้อย่างมีนัย จึงเป็นที่มาของการลดดอกเบี้ยครั้งนี้” นายสักกะภพ ระบุ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: GDP, กนง., คณะกรรมการนโยบายการเงิน, ดอกเบี้ย, ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธปท., สักกะภพ พันธ์ยานุกูล, อัตราดอกเบี้ยนโยบาย, เศรษฐกิจไทย