นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีแกว่งพักตัว โดยตลาดหุ้นสหรัฐดัชนีพักฐาน จากความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาอ่อนตัวลง ซึ่งเมื่อวานนี้มีการรายงานตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐต่ำสุดในรอบ 8 เดือนและต่ำกว่าที่ตลาดคาด ประเด็นดังกล่าวน่าจะเป็น Sentiment ลบให้กับตลาดหุ้นภูมิภาค
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ นักลงทุนรอความชัดเจนของผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งหากมีมติลดอัตราดอกเบี้ย จะสร้าง Sentiment บวกให้ตลาดได้บ้าง อย่างไรก็ตามอิงตาม Bloomberg Consensus ยังคาดว่าคงอัตราดอกเบี้ย
โดยให้กรอบแนวรับ 1,190 จุด และแนวต้าน 1,220 จุด
ประเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (25 ก.พ.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 43,621.16 จุด เพิ่มขึ้น 159.95 จุด หรือ +0.37%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,955.25 จุด ลดลง 28.00 จุด หรือ -0.47% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 19,026.39 จุด ลดลง 260.54 จุด หรือ -1.35%
– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 38,143.68 จุด ลดลง 94.11 จุด หรือ -0.25% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,238.34 จุด เพิ่มขึ้น 204.32 จุด หรือ +0.88% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ระดับ 3,351.21 จุด เพิ่มขึ้น 5.17 จุด หรือ +0.15%
– ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (25 ก.พ.) 1,206.39 จุด ลดลง 29.46 จุด (-2.38%) มูลค่าการซื้อขาย 50,245.39 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ (25 ก.พ.) 3,435.79 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.(25 ก.พ.) ลดลง 1.77 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 68.93 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 2567
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (25 ก.พ.) อยู่ที่ 3.34 เหรียญ/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.74 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค จับตาประชุมกนง.บ่ายนี้
– หุ้นไทยวานนี้ปิดลบ 29.46 จุด ส่งผล 2 วันร่วงแล้วเกือบ 40 จุด ด้าน “พิชัย” รมว.คลัง มั่นใจหากดัชนีลงมาที่ระดับ 1,200 จุด จะรีบาวด์ได้ ย้ำกองทุน Thai ESG 2 จะช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดทุนไทยได้ โบรกฯ ลุ้นไม่หลุด 1,200 จุด วันนี้จับตาการประชุมกนง. คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย ด้านครม.ส่งหนังสือถึงแบงก์ชาติ คาดหวังมีมติลดดอกเบี้ย ชี้ควรคำนึงถึงเป้ากรอบเงินเฟ้อ 1-3% ส่วนตลาดหลักทรัพย์ฯ ทบทวนเกณฑ์ฟรีโฟลตจาก 20% เหลือ 17% รองรับบริษัทขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนใน SET และ mai
– ส่งออก ม.ค.68 มูลค่า 25,277 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 13.6% บวก 7 เดือนติด คาดไตรมาสแรก ยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง เหตุเศรษฐกิจโลกเติบโต สงครามยูเครน ตะวันออกกลางคลี่คลาย มีความต้องการเกษตรและอาหาร แต่ต้องจับตานโยบายทรัมป์ 2.0 ที่จะเป็นปัจจัยกดดัน คาด เม.ย.นี้ เห็นภาพชัดเจน
– คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ถกเดือด วาระ “คดีฮั้วเลือก สว.” มีกรรมการเข้าร่วมพิจารณา 19 คน ขาด 3 คน สุดท้ายยังไม่เคาะ สั่งดีเอสไอเชิญ กกต. มาชี้แจงในการประชุมครั้งหน้า “ภูมิธรรม” ยันไม่มีหน้าที่เคลียร์ใจใคร แค่จะทำให้ถูกต้อง “ทวี” ห่วงพยาน ไม่ขอเปิดรายชื่อ ปลัด มท.ไม่กังวล ยันยึดกฎหมายเป็นหลัก ปชน.ซัด กกต.แกล้งลืม จนดีเอสไอต้องมาทำคดี ด้าน กกต. ขอรอดูหนังสือเชิญ ถามใช้อำนาจอะไร ยันทำสำนวนคำร้องเลือก สว. เสร็จภายใน 1 ปี สว.สีน้ำเงิน ชิ่งให้สัมภาษณ์สื่อ หลัง กคพ.เลื่อนถกรับคดี
– “ประกันสังคม” ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 “บางจาก” ปัดถูกทาบ ขายหุ้นให้ “กลุ่มทุนการเมือง” ที่ต้องการมีส่วนร่วมใน “บางจาก” ลั่นนโยบายพร้อมขายหุ้นทันที่ “ทำกำไร” ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญของ “บางจาก” ที่มาพร้อมนักลงทุนรายใหญ่ “กองทุน Capital Asia Investment” ดอดเก็บหุ้น ขึ้นแท่นผู้ถือหุ้น “อันดับ 4”
– รายงานข่าวจากผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ในปี 68 นี้ ยังเป็นปีที่ท้าทายของธุรกิจอสังหาฯ ทั้งจากปัญหาหนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง และกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว รวมทั้งการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่เข้มงวดยากขึ้น ต่อเนื่องจากปี 67 ที่ส่วนใหญ่ผลประกอบการทั้งรายได้ และกำไรปรับตัวลดลง
– พ.ร.บ.ท่าเรือฉบับใหม่ เข้าสภาวาระแรก 27 ก.พ. เปิดช่องพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ดึงเอกชนร่วมลงทุนได้ “มนพร” เปิดแผนพัฒนา “ท่าเรือคลองเตย” 1 แสนล้านบาท มีพื้นที่เหลือพอพัฒนาเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ แต่ต้องออกกฎหมายอีกฉบับ จึงไม่เกี่ยวกัน
– รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงกรณีที่สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) มองสถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนยังแย่อยู่ แม้รัฐบาลได้ลงมือปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเมียนมาและกัมพูชา ซึ่งจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี 2568 ไปไม่ถึงเป้าว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยช่วงเดือน ก.พ. ลดลงเป็นปกติ และไม่ได้กังวลเรื่องตัวเลขเลย เพราะเน้นการดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามามากกว่า
– 2 รัฐมนตรีคมนาคม การันตีตั๋วเครื่องบิน ลดราคาลง 30% เตรียมเจรจาแอร์ไลน์รับสงกรานต์-ไฮซีซั่น สายการบินโชว์ตัวเลขต้นทุนพุ่งดันราคาตั๋วเพิ่ม ฝ่าปัญหาเครื่องบินไม่เพียงพอ-แห่จองเครื่องบินเพิ่ม ไลอ้อนแอร์รอส่งมอบ 44 ลำ เล็งเติมเที่ยวบินในประเทศลดปัญหาผูกขาด เตรียมขยายรันเวย์สนามบิน รองรับเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
– ทองคำยังแรง ราคาพุ่งไม่หยุด ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง ใกล้แตะ 3,000 ดอลลาร์แล้ว “หมอกฤชรัตน์ แม่ทองสุก” ประเมินครึ่งปีแรกทะลุแน่ จับตาสหรัฐขนทองกลับประเทศ สะพัดส่อตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติหรือใช้ทองค้ำประกันเงินดิจิทัล สิ้นปีคาดแตะ 3,200 ดอลลาร์ “โกลเบล็ก” เตือนระวังแรงขายช่วงสั้น
หุ้นเด่นวันนี้
– CPALL (กสิกรไทย) “ซื้อสะสม” ราคาพื้นฐาน 78.00 บาท เรามีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการของ CPALL ในไตรมาส 4 ปี 2567 ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 30.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และดีกว่าที่คาดไว้ 9% การเติบโตมาจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในไตรมาส 4 ที่เติบโตได้ประมาณ 4.1% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นประมาณ 70 bps เมื่อเทียบกับปีก่อน จากอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าที่ดีขึ้นทั้งในกลุ่มอาหารและสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร ในปี 2567 บริษัทสามารถขยายสาขาได้ตามเป้าที่ 700 สาขา เราคาดว่าแนวโน้มการเติบโตยังคงต่อเนื่องมาในไตรมาส 1 ปี 2568 โดยคาด SSSG จะเติบโตประมาณ 1-3% ช่วงต้นไตรมาสนี้ จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายออนไลน์และการเติบโตของนักท่องเที่ยว สำหรับปี 2568 CPALL มีแผนขยาย 700 สาขาในไทยและ 30 สาขาในกัมพูชา ปัจจุบัน CPALL ซื้อขายอยู่ที่ระดับ -2SD เรามองว่าเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม
– MASTER (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 42.00 บาท ผลประกอบการ 4Q67 มีกำไรสุทธิ 219 ล้านบาท ขยายตัว +101%QoQ, +34%YoY หนุนจากช่วง High Season โดยยังรักษาระดับ GPM ที่ระดับสูงและสามารถควบคุม SG&A ได้ดีขึ้น ประกอบกับส่วนบ่งกำไรจากการลงทุนใน JV คาดทยอยเพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มปี 68 ตลาดประเมินกำไรสุทธิ 615 ล้านบาท ขยายตัวได้ราว 17-19%YoY มีปัจจัยหนุนจากผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 68 เติบโต 20%YoY หนุนจากฐานลูกค้าในกลุ่มอินโดนีเซียที่เติบโตดี และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากจากลงทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามใน 1Q68 คาดกำไรลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังเห็นการเติบโต YoY
– CENTEL (ซีจีเอสอินเตอร์ฯ)”ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 38.00 บาท รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/67 มีกำไรปกติหลัก 651 ล้านบาท (+285% yoy, +299% qoq) มากกว่าเราและ Bloomberg consensus คาด 136%/ 11% เนื่องจากรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจโรงแรมแข็งแกร่ง ทั้งนี้โรงแรมมีอัตรากำไรขั้นต้นโตก้าวกระโดดจาก 29.9% เป็น 40.% ในไตรมาส 4/67 (vs. ค่าเฉลี่ย 37.2% ใน FY24, 34.4% ใน FY23) เราคาดว่า CENTEL จะมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมเติบโต 13% yoy ใน FY25F (vs. 11% yoy ใน FY24) เนื่องจากการเปิดโรงแรมแห่งที่ 4 ใน Maldives ในเดือน เม.ย. 2025 เนื่องจากราคาหุ้น CENTEL underperform SET อย่างมีนัย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (-25% vs. SET -16%) ท่ามกลางความ กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายการเปิดโรงแรมใหม่และผลขาดทุนช่วงเริ่มต้นของโรงแรมใน Maldives ซึ่งเราเชื่อว่าราคาหุ้นปัจจุบันน่าสนใจ (ต่ำกว่า 1 s.d.ของค่าเฉลี่ย 10 ปี)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: SET, ตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นไทย, หุ้นไทย