สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (30 ม.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตามาตรการเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดา โดยประเทศทั้ง 2 เป็นผู้ส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดให้แก่สหรัฐฯ
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 72.73 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 28 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 76.87 ดอลลาร์/บาร์เรล
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากเม็กซิโกและแคนาดาในอัตรา 25% ในวันเสาร์ที่ 1 ก.พ. หากทั้งสองประเทศไม่สามารถยับยั้งการลักลอบขนส่งสารเสพติดเฟนทานิลข้ามชายแดนสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวได้ออกมายืนยันว่าปธน.ทรัมป์จะเดินหน้าใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับเม็กซิโกและแคนาดา ขณะที่โฮเวิร์ด ลัทนิค ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อจากปธน.ทรัมป์ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า แคนาดาและเม็กซิโกสามารถหลีกเลี่ยงการถูกเก็บภาษีได้หากรีบดำเนินการปิดชายแดนเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนสารเสพติดเฟนทานิล
อย่างไรก็ตาม โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จากบริษัท IG Market กล่าวว่า นักลงทุนได้ซึมซับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์เอาไว้แล้ว และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับนี้
นอกจากนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการผลิตน้ำมันของคณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 3 ก.พ. โดยคาดว่าโอเปกพลัสมีแผนที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันตั้งแต่เดือนเม.ย. หลังจากที่ได้เลื่อนแผนดังกล่าวมาหลายครั้งอันเนื่องจากปัญหาอุปสงค์ที่ซบเซาในตลาด
ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม World Economic Forum (WEF) เรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียและโอเปกทำการปรับลดราคาน้ำมัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 ม.ค. 68)
Tags: BRENT, WTI, น้ำมัน, น้ำมันดิบ, ราคาน้ำมัน