เงินบาทเปิด 33.74 อ่อนค่าสวนทางภูมิภาค จับตาประชุมกนง.บ่ายนี้

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ 33.74 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากปิด ตลาดเย็นวานนี้ที่ระดับ 33.68 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวสวนทางกับภูมิภาคและทิศทางตลาดโลก โดยดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ ค่าเงินสกุลหลัก หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด

ส่วนปัจจัยในประเทศ ตลาดรอดูผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่คาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ย รวมถึง ทิศทางของกระแสเงินทุนต่างประเทศ (Flow) ในตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร และการค้าทองคำหลังราคาในตลาดโลกเมื่อคืนปรับตัวลดลง กว่า 44 ดอลลาร์/ออนซ์

“บาทปรับตัวอ่อนค่าสวนทางกับภูมิภาคและตลาดโลก ที่คาดว่ามาจากการค้าทอง โดยเมื่อคืนปรับตัวลดลงกว่า 44 ดอลลาร์ วันนี้รอดู กนง.ว่าจะมี surprise หรือเปล่า” นักบริหารเงินฯ กล่าว

นักบริหารเงินฯ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 33.55 – 33.85 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

  • เงินเยนอยู่ที่ระดับ 148.83 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 149.63 เยน/ดอลลาร์
  • เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0522 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0469 ดอลลาร์/ยูโร
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.613 บาท/ดอลลาร์
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการประชุมนัดแรกของปีเพื่อพิจารณานโยายการเงินและกำหนดดอกเบี้ย นโยบาย ซึ่งเป็นที่จับตามองว่า จะมีมติ คง หรือ ลด ดอกเบี้ย หลังแวดวงการเงินเสียงแตก
  • พาณิชย์ เผยยอดตั้งธุรกิจใหม่ดีกว่าเลิกกิจการ อัตรา 6 ต่อ 1 มั่นใจทั้งปี’68 ขาขึ้น ตั้งเป้าเพิ่มอีก 9.5 หมื่นราย ต่าง ชาติหอบเงินมาลงทุน 2.3 หมื่นล้านบาท ญี่ปุ่นนำขบวน ตามด้วย จีน-สิงคโปร์ อีอีซีเพิ่ม 71% ชี้ธุรกิจความงามขึ้นแท่นดาวเด่น
  • ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สินเชื่อของธนาคารปีนี้คาดเติบโต 1-3% โดยจะเน้นไปที่สินเชื่อขนาดใหญ่และเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเสาหลัก ทั้งท่องเที่ยว อาหาร โลจิสติกส์ ตลอดจนสินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะราคาบ้านที่มากกว่า 5 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับคุณภาพหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) สามารถบริหารจัดการได้ แม้ปีที่ผ่านมา ลูกค้ารายใหญ่จะเริ่มมีปัญหามาตั้งแต่ไตรมาส 3 และ 4
  • ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัว ลงสู่ระดับ 98.3 ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.2567 จากระดับ 105.3 ในเดือนม.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ คาดการณ์ที่ระดับ 102.3 โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และตลาดแรงงาน รวมทั้งการดีดตัวขึ้นของ เงินเฟ้อ
  • ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (25 ก. พ.) หลังมีรายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักในเดือนก.พ. ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้ม เศรษฐกิจ นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังปรับตัวลงตามทิศทางของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (25 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้น แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำ เดือนม.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
  • นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนม.ค.ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ นี้ โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงใน พฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)

Tags: , ,