หุ้น Seven & i ร่วงกว่า 12% หลังครอบครัวผู้ก่อตั้งไม่สามารถระดมทุนซื้อกิจการ

หุ้นเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งส์ (Seven & i Holdings Co.) ร่วงลง 12.44% ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า ตระกูลอิโตะ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ไม่สามารถระดมเงินทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการได้

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า การที่ราคาหุ้นเซเว่น แอนด์ ไอ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการเครือร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเช้าวันนี้ ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทลดลงกว่า 5 พันล้านดอลลาร์

เซเว่น แอนด์ ไอ เปิดเผยในวันนี้ว่า ตระกูลอิโตะไม่สามารถหาเงินทุนที่จำเป็นสำหรับการซื้อกิจการในรูปแบบ Management Buyout (MBO) มูลค่า 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ และบริษัทจะพิจารณาข้อเสนอของคู่แข่งอย่าง อาลีมองตาซิยง คูช-ตาร์ (Alimentation Couche-Tard) ยักษ์ใหญ่ร้านสะดวกซื้อของแคนาดา

“คุณจุนโระ อิโตะ และอิโตะ-โคเกียว ไม่ได้ยื่นข้อเสนอที่สามารถดำเนินการได้ให้เซเว่น แอนด์ ไอ พิจารณาในเวลานี้” เซเว่น แอนด์ ระบุในแถลงการณ์ และเสริมว่า “เซเว่น แอนด์ ไอ ยังคงมุ่งมั่นที่จะสำรวจทุกโอกาสเพื่อปลดล็อกมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงประเมินทางเลือกเชิงกลยุทธ์ทุปรูปแบบ ซึ่งรวมถึงข้อเสนอจากอาลีมองตาซิยง คูช-ตาร์”

ก่อนที่สถานการณ์จะมาถึงจุดดังกล่าว แหล่งข่าววงในได้เปิดเผยว่า การเจรจาภายในกลุ่มผู้เสนอซื้อกิจการเซเว่น แอนด์ ไอ ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันเกี่ยวกับการควบคุมบริษัทหลังการซื้อกิจการ

แหล่งระบุว่า ตระกูลอิโตะผู้ก่อตั้ง และบริษัทเทรดดิ้งรายใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง อีโตชู (Itochu) ยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทภายหลังการซื้อกิจการซึ่งจะทำให้เซเว่น แอนด์ ไอกลับไปเป็นบริษัทเอกชน ด้านหนังสือพิมพ์นิกเกอิรายงานว่า อีโตชู ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการร้านสะดวกซื้อ แฟมิลี่มาร์ท (FamilyMart) อาจถอนตัวจากข้อตกลงนี้

รายงานข่าวระบุว่า หากข้อเสนอซื้อกิจการล้มเหลว ริวอิจิ อิซากะ ซีอีโอของเซเว่น แอนด์ ไอ อาจไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าเจรจากับอาลีมองตาซิยง คูช-ตาร์ ซึ่งเสนอซื้อกิจการเซเว่น แอนด์ ไอ ก่อนหน้านี้ด้วยมูลค่ากว่า 7 ล้านล้านเยน

ทั้งนี้ ข้อเสนอซื้อกิจการในรูปแบบ Management Buyout (MBO) โดยตระกูลอิโตะและบริษัทอีโตชูเกิดขึ้นในเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว เพื่อขัดขวางการเข้าซื้อของอาลีมองตาซิยง คูช-ตาร์ และรักษาแบรนด์ชั้นนำไม่ให้ตกไปอยู่ในมือต่างชาติ ซึ่งตามรายงานข่าวนั้น ตระกูลอิโตะจะลงทุนประมาณ 5 แสนล้านเยน ขณะที่บริษัทอีโตชูจะลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านเยน ส่วนที่เหลือจะมาจากนักลงทุนรายอื่น ๆ และเงินทุนจากธนาคารชั้นนำของญี่ปุ่น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)

Tags: , ,