สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้าอินเดีย 26% แต่ยังน้อยกว่าจีน-เวียดนาม และยกเว้นยา

สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับสินค้านำเข้าจากอินเดียในอัตรา 26% แม้อัตรานี้จะยังต่ำกว่าที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากประเทศอื่น ๆ ในเอเชียอย่างจีนและเวียดนาม แต่ก็ถือเป็นข่าวที่สร้างความผิดหวังให้กับอินเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้คาดหวังว่าจะได้รับการผ่อนปรนจากนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การขึ้นภาษีครั้งนี้จะทยอยปรับใช้ โดยจะเริ่มเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 10% ตั้งแต่วันเสาร์นี้ (5 เม.ย.) ก่อนจะเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ 26% ในวันที่ 9 เม.ย.

ปธน.ทรัมป์กล่าวถึงเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ที่ทำเนียบขาวว่า “เขา (อินเดีย) เก็บภาษีเราสูงถึง 52% แต่เราแทบไม่ได้เก็บภาษีอะไรจากเขาเลยมานานหลายปี หลายทศวรรษ”

รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า การขึ้นภาษีครั้งนี้เป็นผลมาจากอุปสรรคทางการค้าที่อินเดียตั้งขึ้น ทั้งที่เป็นกำแพงภาษีและมาตรการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษี รวมถึงมีข้อกล่าวหาว่าอินเดียแทรกแซงค่าเงิน

ทำเนียบขาวระบุว่า หากอินเดียยกเลิกอุปสรรคทางการค้าเหล่านี้ โดยเฉพาะข้อกีดกันที่ “สร้างภาระอย่างมากเป็นพิเศษ” จะช่วยให้สหรัฐฯ ส่งออกสินค้าไปยังอินเดียได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อยปีละ 5.3 พันล้านดอลลาร์

อนึ่ง ปัจจุบัน สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับอินเดียอยู่ถึง 4.6 หมื่นล้านดอลลาร์

แม้ว่าอัตราภาษี 26% ที่จะเก็บจากอินเดียนี้จะยังต่ำกว่าภาษีที่สหรัฐฯ เก็บเพิ่มจากจีน 34% และเวียดนาม 46% แต่ก็คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกที่สำคัญของอินเดีย โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีมูลค่าส่งออกเกือบ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ และกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับที่มีมูลค่ากว่า 9 พันล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำคัญคือ รัฐบาลทรัมป์จะไม่เก็บภาษีนี้กับสินค้ากลุ่มยาและเวชภัณฑ์ที่ส่งออกจากอินเดีย ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมยาของอินเดีย เนื่องจากสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่ คิดเป็นมูลค่าราว 9 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หรือเกือบ 1 ใน 3 ของการส่งออกยาทั้งหมดของอินเดีย ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นของบริษัทผู้ผลิตยาในอินเดียปรับตัวสูงขึ้นเกือบ 5% สวนทิศทางตลาด

ทางด้านหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมและผู้ส่งออกของอินเดีย อาทิ Assocham และสภาผู้ส่งออกแห่งอินเดีย (FIEO) รวมถึงสถาบันวิจัย Global Trade Research Institute ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้อินเดียจะได้รับผลกระทบ แต่ความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกอาจเสียหายน้อยกว่าคู่แข่งอย่างจีนและเวียดนาม เนื่องจากอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากอินเดียนั้นต่ำกว่า และอาจทำให้อินเดียได้เปรียบในการแข่งขันในสินค้าบางประเภท

แถลงการณ์จากทำเนียบขาวระบุว่า ภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ไปจนกว่าปธน.ทรัมป์จะพิจารณาว่าประเด็นปัญหาทางการค้าที่เป็นข้อขัดแย้งได้รับการ “ตอบสนอง แก้ไข หรือบรรเทาลง”

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พยายามดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ เช่น การลดภาษีนำเข้ามอเตอร์ไซค์และเหล้าเบอร์เบินจากสหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 เม.ย. 68)

Tags: , , , , , , ,