นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ผลกระทบของแผ่นดินไหวมีผลต่อการชะลอการกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่บ้าง แต่มองว่าเป็นปัจจัยระยะสั้น เพราะความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีอยู่มาก และผู้ประกอบการภาคอสังริมทรัพย์ทุกรายต่างก็ออกมาสร้างความเชื่อมั่นในความแข็งแรงของโครงสร้างหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว และมีการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าในทุกๆโครงการ ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยความกังวลต่อการซื้อที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมเป็นปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น
ขณะที่ในเดือนพ.ค.นี้ การผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเข้ามาเป็นปัจจัยหนุนของการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 68 ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนหน้า ซึ่งสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเมินว่าสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ในปี 68 จะเติบโตราว 1.1% หรือ 5.93 แสนล้านบาท จากปีก่อนที่มีสินเชื่อปล่อยใหม่ 5.87 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตามปัจจัยที่เป็นปัจจัยกังวลต่อการพิจารณศสินเชื่อที่อยู่ออาศัยต้องยอมรับว่าความสามารถในการกู้ของลูกค้าที่ยื่นเข้ามาลดลง และมีภาระหนี้สินที่มาก ทำให้ธนาคารพาณิชย์ยังคงมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ แต่ก็มีธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ คือ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่ยังมีโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยต่างๆออกมา ทำให้ลูกค้าเข้าถึงส์นเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น
“ธนาคารพาณิชย์ก็ยังพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันหนี้เสีย และภาวะเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลกระมบหลักต่อภาพรวมของตลาดอสังหาฯและสินเชื่อที่อยู่อาศัย” นายกิตติ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)
Tags: กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล, สมาคมสินเชื่อบ้าน, สินเชื่อที่อยู่อาศัย, แผ่นดินไหว