มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) ยกเลิกการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิ.ย.ปีนี้ โดยให้เหตุผลว่าภาษีนำเข้าชุดใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ โดยล่าสุดมอร์แกน สแตนลีย์ คาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงเดือนมี.ค. 2569
ก่อนหน้านี้ มอร์แกน สแตนลีย์ เคยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนมิ.ย. แต่ด้วยแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อไป ธนาคารจึงเชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะยังไม่ผ่อนคลายนโยบายจนกว่าเงินเฟ้อจะมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ มุมมองล่าสุดของมอร์แกน สแตนลีย์ ต่างกับนักวิเคราะห์รายอื่น ๆ ที่ยังคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง เนื่องจากการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะอ่อนแอลง หรืออาจเข้าสู่ภาวะถดถอยจากผลกระทบของมาตรการภาษีใหม่ของทรัมป์
ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยพุ่งเป้าเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้นจากหลายประเทศ ซึ่งมอร์แกน สแตนลีย์เตือนว่า มาตรการเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดเงินเฟ้อจากภาษี (tariff-induced inflation) ซึ่งทำให้มีโอกาสน้อยลงที่เฟดจะเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ยภายในปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 68)
Tags: Morgan Stanley, ธนาคารกลางสหรัฐ, ภาษีทรัมป์, มอร์แกน สแตนลีย์, อัตราดอกเบี้ย, เงินเฟ้อ, เฟด, โดนัลด์ ทรัมป์