ย้อนกลับไปเมื่อ 2 เดือนก่อน ทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ โดยให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องเก็บ “กระสุน” ไว้รองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต
แต่มาวันนี้ ล่าสุด คณะกรรมการฯ กนง.ชุดเดิมกับเมื่อ 2 เดือนก่อน กลับมีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25%จาก 2.25% เป็น 2.00% ต่อปี
ทำให้เกิดคำถามที่สำคัญขึ้นว่า อะไรคือปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 เดือน จนนำไปสู่การตัดสินใจที่สวนทางกับจุดยืนเดิม
สิ่งที่น่าสังเกตของคำอธิบายในการแถลงข่าวว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากภาคอุตสาหการผลิตอุตสาหกรรมที่ถูกกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้าง และการแข่งขันจากสินค้าต่างประเทศ รวมทั้งมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก
โดยปัจจัยด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ การปล่อยสินเชื่อ คุณภาพสินเชื่อ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ ล้วนผิดไปจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
ดังนั้น คำถามคือ เหตุใดข้อมูลเหล่านี้จึงไม่ถูกนำมาพิจารณาในการตัดสินใจตั้งแต่ก่อนหน้านี้ หรือ เมื่อ 2 เดือนก่อน?
โดยหลักการทั่วไปแล้ว หน่วยงานกำกับดูแล อย่างเช่น ธนาคารกลางของแต่ละประเทศ ควรให้สัญญาณที่ชัดเจน และง่ายต่อความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน เพื่อให้ทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถนำไปบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การปกปิดแนวทางการตัดสินใจ หรือให้สัญญาณที่ขัดแย้งกับข้อมูลที่ควรจะเป็นก่อนหน้านี้ อาจส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของตลาดเงินและตลาดทุน
ธนาคารกลางในต่างประเทศ มีแนวทางลักษณะนี้เช่นเดียวกับประเทศไทย หรือไม่?
ขอยกตัวอย่างการพิจารณาของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเห็นว่าเฟดส่งสัญญาณและให้แนวทางที่ชัดเจน ซึ่งถือเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ข้อมูลทางเศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศ
ผู้เขียน คงต้องย้อนกลับไปที่คำถามเดิมว่า เศรษฐกิจไทยมีอะไรที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญจากเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่พลิกกลับไปกลับมาเช่นนี้?
เพราะเท่าที่ดูแล้ว เศรษฐกิจเมื่อ 2 เดือนก่อน กับ ตอนนี้ มันแย่ไม่ต่างกันเลย เสียงเรียกร้องระงมมาทุกทิศทางที่ออกมาตลอดช่วงหลายปีนี้ได้ยินบ้างไหม?
จนมาถึงวันนี้ได้ประเมินถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วจากนโยบายที่ผิดพลาดตลอดปีที่ผ่านมาอย่างไร? ธุรกิจที่เสียหายไปแล้ว รวมถึงผู้คนที่บาดเจ็บทางเศรษฐกิจต้องการคำตอบ
ธิติ ภัทรยลรดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)
Tags: SCOOP, นโยบายการเงิน, ประชุมกนง., อัตราดอกเบี้ย