นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุระเบียบวาระการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร วาระด่วนในการประชุมสภาฯ วันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) โดยมองว่าเป็นการบรรจุวาระที่ผิดปกติ โดยอาศัยอำนาจประธานสภาผู้แทนราษฎร สอดรับรัฐบาลที่ได้ออกมาแถลงข่าวว่า จะเร่งรัดการพิจารณาให้เสร็จสิ้นก่อนปิดสมัยประชุม
ดังนั้นจึงสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า เหตุใดรัฐบาลจึงมีความเร่งรีบเช่นนี้ ทั้งที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมายอมรับว่า จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการยังไม่เสร็จสิ้น และประชาชนเอง ยังกังวลว่าควรจะต้องมีการเปิดรับฟังความเห็นเสียงอย่างรอบด้าน ซึ่งตนมองว่า กระบวนการออกเสียงประชามติ ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการที่เปิดกว้าง และเป็นธรรม
ผู้นำฝ่ายค้านฯ ย้ำว่า ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจหรือนโยบายภาครัฐในการเอื้อกลุ่มทุน หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และสามารถตั้งข้อสังเกตได้ว่า ข้ออ้างการแก้ปัญหาการพนันในประเทศโดยการนำธุรกิจสีเทามาถูกโอบอุ้มโดยร่างกฎหมายฉบับนี้ อาจเป็นวิธีการที่ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างตรงจุด และรัฐบาลกำลังจะใช้นโยบายของรัฐ ในการเอื้อประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
ส่วนจะถึงขั้นให้ฝ่ายค้านวอล์กเอาท์ออกจากการประชุม หรือขอนับองค์ประชุม เพื่อยับยั้งการพิจารณาร่างกฎหมายนี้หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ ชี้แจงว่า กระบวนการในสภาฯ อาจจะต้องรอพิจารณาที่หน้างาน เพราะในขณะนี้ ยังมีการเจรจาระหว่างวิปอยู่เรื่อย ๆ ว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่ฝ่ายค้านไม่อยากเห็นกระบวนการที่เร่งรัดผิดปกติในสภาฯ และอยากให้มีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนที่พรุ่งนี้ (3 เม.ย.) จะมีมวลชนมากดดันที่หน้ารัฐสภา อาจเป็นเหตุให้สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนกลายเป็นความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่นั้น ผู้นำฝ่ายค้าน เห็นว่า รัฐบาลควรต้องรับฟังเสียงของประชาชนอย่างรอบด้าน และโดยส่วนตัวก็อยากเห็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสภาฯ มากกว่าจะเกิดขึ้นนอกสภาฯ
ขณะที่ นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ในฐานะตัวแทน 100 องค์กรภาคประชาสังคม เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา และนายณัฐพงษ์ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ที่ประธานสภาฯ ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาฯ ในวันพรุ่งนี้ว่า จากการที่รัฐบาล พยายามผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยอาการรีบร้อน เร่งรัดมากจนผิดสังเกต และตัดสินใจเดินหน้ากระทำสิ่งที่ฝืนกระแสคัดค้านของสังคม อาจเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ได้
เครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร มีความเห็นว่า การกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ อ้างว่าส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น และบังคับให้ต้องมีกาสิโน และร่างกฎหมายดังกล่าวมีการเขียนข้อกำหนดไว้อย่างหละหลวม การผลักดันนโยบายสถานบันเทิงครบวงจรของรัฐบาลในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความรับผิดชอบ เนื่องจากไม่ได้มีการหาเสียงไว้กับประชาชน และยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้านเพียงพอ
รวมถึงนโยบายการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร ที่มีกาสิโนเป็นภาคบังคับนั้น ก็เป็นความเห็นแก่ได้ของรัฐบาล ที่คำนึงแต่เรื่องรายได้ทางเศรษฐกิจอย่างอับจนปัญญาที่จะหาวิธีอื่นที่สร้างสรรค์ ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่มากพอ และนำอนาคตของสังคมไทยไปเสี่ยง ไร้มาตรการในการปกป้องสังคมที่วางใจได้
ดังนั้น เครือข่ายภาคประชาสังคม 100 องค์กร จึงขอเรียกร้องต่อรัฐสภา และพรรคการเมืองทุกพรรค ให้ปฏิเสธการรับร่าง พ.ร.บ.นี้เข้าสู่การพิจารณา และเรียกร้องให้พรรคฝ่ายค้าน ดำเนินการยับยั้งกฎหมายที่ไม่เป็นคุณต่อสังคม โดยขณะนี้ ภาคประชาชน กำลังรวบรวมรายชื่อเพื่อให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในประเด็นนี้ หรือขอให้ฝ่ายค้าน ได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลจัดการออกเสียงประชามติในเรื่องนี้
ด้านน.ส.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะตัวแทนนิสิต นักศึกษา และนักวิชาการส่วนหนึ่ง ที่คัดค้านร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร เห็นว่า การที่รัฐบาลเร่งรีบผลักดันเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ซึ่งมีกาสิโนด้วยนั้น ประเทศไทยยังไม่มีความพร้อม และยังไม่มีการศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบอย่างรอบด้านเพียงพอ ซึ่งผลการศึกษาที่ผ่านมา การมีกาสิโนรีสอร์ท ในนิวเจอซีย์ สหรัฐอเมริกา ก็ทำให้ร้านค้าปลีกรายย่อยต้องปิดตัวลงอย่างมากมาแล้ว
พร้อมกันนี้ ยังขอให้ตรวจสอบจริยธรรมข้าราชการทางการเมือง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี, นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ว่าเข้าข่ายกระทำผิดประมวลจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ด้วย เพราะการที่ออกมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนขัดแย้งกันเอง ถึงวัตถุประสงค์ของเอ็นเตอร์เทนเม้นต์คอมเพล็กซ์ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะมีบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บิดเบือนข้อมูล หรือปกปิดข้อมูลข้อมูล เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ขัดต่อประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)
Tags: Entertainment Complex, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, สถานบันเทิง