สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (26 ก.พ.) หลังสหรัฐฯ เปิดเผยสต็อกน้ำมันเบนซินและน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของอุปสงค์เชื้อพลิง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความเป็นไปได้ที่จะมีการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 31 เซนต์ หรือ 0.45% ปิดที่ 68.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. ลดลง 49 เซนต์ หรือ 0.67% ปิดที่ 72.53 ดอลลาร์/บาร์เรล
ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ต่างก็ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. 2567 หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 369,000 บาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 950,000 บาร์เรล
ส่วนสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล พุ่งขึ้น 3.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 30,000 บาร์เรล นอกจากนี้ EIA ยังเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคูชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ดี สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลง 2.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5 ล้านบาร์เรล
นักลงทุนจับตาความคืบหน้าในการทำข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะทำให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย และจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำมันในตลาดมากขึ้น
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน มีแผนจะเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับแร่หายาก โดยทรัมป์เรียกร้องให้ยูเครนมอบแร่หายากจำนวนมหาศาลให้สหรัฐฯ เพื่อชดเชยความช่วยเหลือทางทหารตลอด 3 ปีที่ผ่านมา
โอเล แฮนเซน นักวิเคราะห์จาก Saxo Bank กล่าวว่า ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากนโยบายของปธน.ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนให้อิรักส่งออกน้ำมันเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ยังอาจกระตุ้นให้เกิดสงครามการค้า และส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)
Tags: WTI, น้ำมัน WTI, ราคาน้ำมัน