สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (1 เม.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากความกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ จะส่งผลให้เกิดสงครามการค้าทั่วโลก ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มอุปสงค์น้ำมัน
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.39% ปิดที่ 71.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
- ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.37% ปิดที่ 74.49 ดอลลาร์/บาร์เรล
ภาวะการซื้อขายในตลาดน้ำมันได้รับแรงกดดันจากความกังวลว่า มาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์จะนำไปสู่การทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมัน โดยปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ทำเนียบขาวในวันพุธที่ 2 เม.ย. เวลา 16.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันลดช่วงลบ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเผชิญภาวะตึงตัว หากปธน.ทรัมป์โจมตีอิหร่าน และตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากประเทศที่ซื้อน้ำมันของรัสเซีย
นักลงทุนจับตาการประชุมของคณะกรรมการร่วมด้านการตรวจสอบระดับรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า JMMC จะมีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจำนวน 135,000 บาร์เรล/วันในเดือนพ.ค. หลังจากที่มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิตในจำนวนดังกล่าวสำหรับเดือนเม.ย.
สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6.037 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 28 มี.ค. ขณะที่นักลงทุนรอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ในวันนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)
Tags: WTI, น้ำมัน WTI, ราคาน้ำมัน