น้ำมัน WTI ปิดร่วง $4.76 หลังโอเปกพลัสเพิ่มผลิต-วิตกภาษีทรัมป์

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 6% ในวันพฤหัสบดี (3 เม.ย.) หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรรอบใหม่ของสหรัฐฯ

  • ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 4.76 ดอลลาร์ หรือ 6.64% ปิดที่ 66.95 ดอลลาร์/บาร์เรล
  • ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.81 ดอลลาร์ หรือ 6.42% ปิดที่ 70.14 ดอลลาร์/บาร์เรล

8 ชาติสมาชิกของกลุ่มโอเปกพลัสซึ่งประกอบด้วยซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน ได้จัดการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายการผลิตน้ำมันเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 411,000 บาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนพ.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากแผนการเบื้องต้นที่ระดับ 135,000 บาร์เรล/วัน

ข่าวการเพิ่มกำลังการผลิตของโอเปกพลัสส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI ร่วงลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค. 2565 และราคาน้ำมันเบรนท์ดิ่งลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2565

ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความกังวลว่า มาตรการภาษีศุลกากรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ จะนำไปสู่สงครามการค้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันทั่วโลก

ทั้งนี้ ปธน.ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) และภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาล (Universal Tariff) เมื่อวันพุธ (2 เม.ย.) โดยภาษีศุลกากรตอบโต้จะแตกต่างกันไปเป็นรายประเทศ ขึ้นอยู่กับการตั้งกำแพงภาษีของประเทศนั้น ๆ ที่มีต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 เม.ย. ส่วนภาษีศุลกากรแบบครอบจักรวาลจะอยู่ที่ระดับ 10% เท่ากันทุกประเทศ และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 เม.ย.

ราคาน้ำมันยังได้รับปัจจัยลบจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) ซึ่งระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 เม.ย. 68)

Tags: , ,