น่าห่วง! สภาพัฒน์ เผยปี 67 มลพิษทางอากาศ ทำคนไทยป่วยพุ่ง 12.3 ล้านราย

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยภาวะสังคมไทยในไตรมาส 4/67 พบว่า การเจ็บป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้น 27.6% จากการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 66 ถึง 1.5 เท่า เนื่องจากมีการระบาดต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 1-4/67 สำหรับในภาพรวมปี 67 พบผู้ป่วยด้วยโรคเฝ้าระวังเพิ่มขึ้นจากปี 66 ที่ 31.8% โดยเป็นผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สูงที่สุด

ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญในระยะต่อไป คือ

1. ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเพิ่มขึ้น จากรายงานคุณภาพอากาศโลก ปี 67 พบว่า ประเทศไทยมีค่ามลพิษทางอากาศอยู่อันดับที่ 33 จาก 141 ประเทศทั่วโลก และเป็นอันดับ 3 จาก 9 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดยในปี 67 ไทยพบผู้ป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับปัญหามลพิษทางอากาศ มากถึง 12.3 ล้านราย โดยพบผู้ป่วยมากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และกรุงเทพฯ สำหรับในปี 68 ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-14 ก.พ. 68 พบจำนวนผู้ป่วยแล้ว 9.8 แสนราย

ดังนั้น ควรเฝ้าระวังโดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว โดยควรสวมหน้ากากป้องกันทุกครั้งตลอดเวลาที่ออกนอกอาคาร

2. อัตราคลอดในวัยรุ่นอายุ 10-14 ปี ที่เพิ่มขึ้น และสูงเกินค่าเป้าหมายที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ โดยข้อแนะนำ คือการขอรับคำปรึกษาในการส่งต่อไปยังหน่วยบริการที่พร้อมให้คำแนะนำ ดูแลในการตั้งครรภ์ และให้ทางเลือกในการตั้งครรภ์ต่อ หรือยุติการตั้งครรภ์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม หรือไม่ได้มีการวางแผนครอบครัว

*ปี 67 คนไทยบริโภคแอลกอฮอล์-บุหรี่ เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว

ในไตรมาส 4/67 การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพิ่มขึ้น 2.1% โดยการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่การบริโภคบุหรี่ ลดลง 0.7% สำหรับภาพรวมปี 67 การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ เพิ่มขึ้น 2.2% จากปีก่อน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ คือ

1. การจำหน่ายขนมที่ออกแบบบรรจุภัณฑ์คล้ายบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ โดยขนมจะมีลักษณะผง มีรสชาติเปรี้ยว บริโภคด้วยการใช้หลอดดูดเข้าปาก และสามารถพ่นออกมาเป็นควันได้ ซึ่งขนมที่มีลักษณะคล้ายบุหรี่ไฟฟ้า อาจสร้างพฤติกรรมเลียนแบบให้แก่เด็กและเยาวชนให้มีความคุ้นเคยกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้า และอาจสร้างโอกาสในการทดลองบุหรี่ไฟฟ้าจริงในอนาคต

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรมีมาตรการควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะส่งเสริมพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า อาทิ การจำกัดช่องทางจำหน่าย บรรจุภัณฑ์ที่อาจสร้างความเข้าใจผิด ตลอดจนให้ความรู้แก่ประชาชน และสถาบันการศึกษา

2. การแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเสพติด และสารอันตราย ทั้งบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของยาเคตามีน (พอตเค) และบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีส่วนผสมของยาดองศพ (บุหรี่ซอมบี้) ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ อาการลงแดงหากไม่ได้สูบ อาการทางจิตเวท และรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด รวมถึงเฝ้าระวังการจำหน่ายทางออนไลน์ พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนถึงผลกระทบต่อสุขภาพ

3. การจูงใจให้ดื่มด้วยเงินหรือรางวัล ที่อาจนำไปสู่การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาดที่ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่เหมาะสมต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งควรตรวจสอบร้านค้า หรือบุคคลที่มีการจัดกิจกรรมที่มีการจูงใจการดื่มด้วยเงิน หรือรางวัล รวมถึงสร้างความตระหนักถึงอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์เกินขนาด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 68)

Tags: , ,