สำนักงานบริหารงานบุคคล (OPM) ของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้แจ้งพนักงานอย่างน้อย 24 คนว่า พวกเขามีเวลาเพียง 9 วันในการตัดสินใจว่าจะย้ายไปทำงานที่กรุงวอชิงตันหรือไม่ ซึ่งสหภาพแรงงานและผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารมองว่า นับเป็นอีกหนึ่งในความพยายามของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการบีบให้พนักงานรัฐลาออก
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เมื่อวันพุธ (26 ก.พ.) OPM ได้ส่งอีเมลถึงพนักงานซึ่งบางคนอาศัยอยู่ห่างจากวอชิงตันหลายพันไมล์เพื่อแจ้งว่า พวกเขาต้องย้ายไปทำงานที่กรุงวอชิงตันซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหรัฐฯ โดยมีเวลาตัดสินใจจนถึงวันที่ 7 มี.ค.นี้
พนักงานของ OPM ได้รับแจ้งว่า หากพวกเขาปฏิเสธการย้ายที่ทำงานไปยังกรุงวอชิงตัน พวกเขาก็จะมีทางเลือกที่จำกัดในการทำงานต่อไปกับหน่วยงานนี้ และอาจจะถูกดำเนินมาตรการบางอย่างด้วย อย่างไรก็ตาม พนักงานที่เลือกลาออก อาจมีสิทธิได้รับเงินชดเชย
ปธน.ทรัมป์ และอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นหัวหน้ากระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) เคยแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าต้องการย้ายพนักงานของรัฐบาลกลางจากวอชิงตันไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศ แต่นี่ดูเหมือนเป็นครั้งแรกที่พวกเขากำลังสั่งพนักงานของรัฐให้ย้ายเข้าไปทำงานในเมืองหลวง
พนักงานอย่างน้อยสองรายของ OPM ซึ่งได้รับอีเมลดังกล่าวบอกกับรอยเตอร์ว่า พวกเขากำลังพิจารณาที่จะลาออกจาก OPM อยู่แล้ว ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า มีพนักงานอย่างน้อย 200 คนได้รับอีเมลนี้
นิค เบดนาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยมินนิโซตา กล่าวว่า หน่วยงานรัฐบาลมีสิทธิย้ายพนักงาน และสามารถปลดพนักงานได้หากปฏิเสธการย้ายสถานที่ทำงาน แต่การให้เวลาตัดสินใจเพียงไม่กี่วันถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
“การแจ้งให้ย้ายที่ทำงานภายในเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ ชัดเจนว่าเป็นความพยายามบีบให้พนักงานลาออก เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดขนาดภาครัฐ” เบดนาร์กล่าว
ด้านสหพันธ์พนักงานรัฐบาลแห่งชาติ (National Federation of Federal Employees) ซึ่งเป็นสหภาพแรงงานที่เป็นตัวแทนของพนักงานรัฐบาล 110,000 คน ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ทรัมป์สั่งให้พนักงานย้ายไปวอชิงตัน
“นี่เป็นการโจมตีพนักงานรัฐอีกครั้ง และเป็นความพยายามกดดันให้พวกเขาลาออก” สตีฟ เลนการ์ต ผู้อำนวยการบริหารของสหภาพฯ กล่าว
ทรัมป์และมัสก์กำลังเดินหน้าลดจำนวนพนักงานรัฐบาลกลาง เนื่องจากมองว่ามีขนาดใหญ่เกินไปและเต็มไปด้วยการทุจริต และแม้ว่าทั้งสองพรรคการเมืองจะเห็นพ้องกันว่าจำเป็นต้องปฏิรูประบบ แต่สหภาพแรงงานและพนักงานรัฐแสดงความไม่พอใจกับวิธีการที่รุนแรงของมัสก์
ขณะนี้มีพนักงานรัฐบาลกลางประมาณ 100,000 คน จากทั้งหมด 2.3 ล้านคนที่ถูกปลดออก หรือได้รับเงินชดเชยให้ออกจากงาน
ในสัปดาห์นี้ ทรัมป์ยังสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลจัดทำแผนปรับลดพนักงานเพิ่มเติม โดยมีคำสั่งให้ส่งแผนปรับลดขนาดบุคลากรครั้งใหญ่ภายในวันที่ 13 มี.ค.นี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ก.พ. 68)
Tags: สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์