ดาวโจนส์ปิดลบ 11.80 จุด นลท.ชะลอเทรดก่อนทรัมป์ประกาศภาษี

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันอังคาร (1 เม.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนจับตาการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันพุธที่ 2 เม.ย.ตามเวลาสหรัฐฯ

  • ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 41,989.96 จุด ลดลง 11.80 จุด หรือ -0.03%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,633.07 จุด เพิ่มขึ้น 21.22 จุด หรือ +0.38% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 17,449.89 จุด เพิ่มขึ้น 150.60 จุด หรือ +0.87%

ตลาดหุ้นนิวยอร์กผันผวนตลอดทั้งวัน เนื่องจากนักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขาย ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันพุธที่ 2 เม.ย. ที่โรส การ์เดน (Rose Garden) ในทำเนียบขาว โดยการประกาศมาตรการภาษีจะมีขึ้นในเวลา 16.00 น. ตามเวลากรุงวอชิงตัน (ตรงกับเวลา 03.00 น. ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)

นักลงทุนวิตกกังวลว่ามาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์จะนำไปสู่การทำสงครามการค้าทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น โดยโกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเผชิญภาวะถดถอยเป็น 35% จากเดิม 20% ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อนั้น คาดว่าภายในสิ้นปี 2568 ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลพื้นฐาน (Core PCE) ของสหรัฐฯ จะอยู่ที่ระดับ 3.5% และคาดว่าอัตราว่างงานจะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.5%

ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้นกลุ่ม “Magnificent Seven” หรือหุ้น 7 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง ดีดตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นำโดยหุ้นเทสลา (Tesla) พุ่งขึ้น 3.6% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยยอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าประจำไตรมาส 1/2568 ในวันนี้ ขณะที่หุ้นเมตา แพลตฟอร์ม (Meta Platforms) เพิ่มขึ้น 1.67% หุ้นอินวิเดีย (Nvidia) ดีดตัวขึ้น 1.6% หุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) ปรับตัวขึ้น 1.7% และหุ้นไมโครซอฟท์ (Microsoft) พุ่งขึ้น 1.8%

หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 นำโดยหุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (J&J) ดิ่งลง 7.6% หลังจากผู้พิพากษาศาลล้มละลายของสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธข้อเสนอของ J&J มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในการยุติคดีฟ้องร้องนับหมื่นคดีที่กล่าวหาว่าแป้งฝุ่นสำหรับเด็กและผลิตภัณฑ์ทัลคัมอื่น ๆ ของบริษัทเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งรังไข่ (ovarian cancer)

หุ้นสายการบินเดลตา แอร์ไลน์ส (Delta Air Lines), หุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ส (American Airlines) และหุ้นเซาท์เวสต์ แอร์ไลน์ส (Southwest Airlines) ร่วงลง 2.7%, 2.4% และ 6% ตามลำดับ หลังจากนักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ Jefferies ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้นของสายการบินทั้งสามแห่ง เนื่องจากกังวลว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของสายการบินและอุปสงค์ด้านการเดินทางทางอากาศ

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 194,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.57 ล้านตำแหน่งในเดือนก.พ. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.61 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.76 ล้านตำแหน่งในเดือนม.ค. โดยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์

ทางด้านสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวลงสู่ระดับ 49.0 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 49.5 จากระดับ 50.3 ในเดือนก.พ. โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ถึงการหดตัวของภาคการผลิตสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากผลกระทบจากการชะลอตัวของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 เม.ย. 68)

Tags: , , ,