เจ้าหน้าที่ตำรวจศาสนาในจังหวัดอาเจะฮ์ ประเทศอินโดนีเซีย ได้ลงโทษเฆี่ยนนักศึกษาชาย 2 คนต่อหน้าสาธารณชนวันนี้ (27 ก.พ.) หลังถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จังหวัดอาเจะฮ์เป็นพื้นที่เพียงแห่งเดียวในอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายอิสลามชะรีอะฮ์อย่างเข้มงวด และกำหนดให้การมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันเป็นความผิดทางอาญา
แม้อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมจะไม่ยอมรับคนกลุ่ม LGBTQ แต่จังหวัดอื่น ๆ ไม่มีการลงโทษทางร่างกายในลักษณะนี้
พิธีลงโทษจัดขึ้นที่อาคารรัฐบาลท้องถิ่น โดยมีเจ้าหน้าที่สวมหมวกคลุมศีรษะทำหน้าที่เฆี่ยน ท่ามกลางสายตาของประชาชนและครอบครัวของผู้ถูกลงโทษ นักศึกษาคนหนึ่งถูกเฆี่ยน 77 ครั้ง ส่วนอีกคนถูกเฆี่ยน 82 ครั้ง โทษฐานให้สถานที่สำหรับการมีเพศสัมพันธ์
โรซลินา เอ จาลิล หัวหน้าฝ่ายบังคับใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ในอาเจะฮ์ เปิดเผยว่า “ทั้งสองคนถูกเฆี่ยนหลังจากได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศกับเพศเดียวกัน” โดยทั้งคู่ถูกชาวบ้านในพื้นที่แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ด้านมอนต์เซ เฟร์เรร์ รองผู้อำนวยการภูมิภาคขององค์กรสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) ออกแถลงการณ์ประณามการลงโทษดังกล่าวว่าเป็น “การกระทำที่น่าสะพรึงกลัวและเลือกปฏิบัติ” พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียยกเลิกกฎหมายท้องถิ่นที่อนุญาตให้มีการเฆี่ยนลงโทษโดยทันที
นอกจากความผิดเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศแล้ว จังหวัดอาเจะฮ์ยังมีบทลงโทษเฆี่ยนสำหรับความผิดอื่น ๆ เช่น การลักทรัพย์ การพนัน การคบชู้ การมีเพศสัมพันธ์นอกสมรส และการดื่มหรือจำหน่ายแอลกอฮอล์ ในบางกรณีอาจถูกเฆี่ยนสูงถึง 200 ครั้ง
ข้อมูลจากแอมเนสตี้ระบุว่า ในปี 2568 นี้ มีผู้ถูกตัดสินลงโทษเฆี่ยนในอาเจะฮ์แล้ว 15 คน ขณะที่ปีที่แล้วมีผู้ถูกลงโทษในลักษณะเดียวกันถึง 135 คน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.พ. 68)
Tags: LGBTQ, กฎหมาย, กฎหมายอิสลาม, อินโดนีเซีย, อิสลาม